วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

Start and finish of the World


นะโมพุทธายะ มะอะอุ

"ในการคำนึงถึงโลกซึ่งเท่ากับ
อย่างเสร็จสรรพเป็นการคำนึงถึงสรรพสิ่ง
วิถีธรรม เป็นวิถีทางในการคำนึงถึงความจริง
ในสรรพสิ่งทุกเชื้อชาติ ศาสนา อย่างพร้อมสรรพ 

 ในการคำนึงถึงชาติโลกขานรับ
อย่างเสร็จสรรพ เป็นการคำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพ
ในทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมเป็นโอกาส
การสร้างความเสมอภาค  และภราดรภาพอย่างยั่งยืน  

ความปรองดองทางการเมืองแห่งชาติ
เป็นคำนึง
ชาติเป็นหนึ่ง เท่ากับการคำนึงถึงมนุษยชาติ
อย่างเสร็จสรรพ เป็นการคำนึงถึงวิถีทางมหาปราชญ์
แห่งทุกเชื่อชาติ ศาสนา การคำนึงอย่างพร้อมสรรพ

ในการคำนึงถึงสันติภาพสันติสุขแห่งสหัสวรรษ
ซึ่งเป็นประจักษ์แห่งการคำนึงถึงสรรพสิ่ง
และเป็นการคำนึงถึงโลกแห่งความจริง
ในสรรพสิ่งการคำนึงถึงอย่างเสร็จสรรพ"
  
อุอะมะ ยะธาพุทโมนะ
ความปรองดองทางการเมืองแห่งชาติ
เป็นวิถีทางเริ่มต้นแห่งเส้นชัยทุกเชื้อชาติ ศาสนา
อย่างเสร็จสรรพ ซึ่งเป็นวิถีทางเริ่มต้นแห่งเส้นชัยของโลกอย่างพร้อมสรรพ
ดังนั้น วิถีทางเริ่มต้น การพัฒนาการเมือง เศรษฐกิจและ สังคมแห่งเส้นชัยทุกเชื้อชาติ ศาสนา หรือเส้นชัยแห่งชาติและโลก  อย่างมั่นคง จึงเป็นการสร้างความปรองดองทางการเมืองแห่งชาติและโลก
 อย่างเสร็จสรรพ ซึ่งเป็นวิถีทางยึดเหนี่ยววิถีธรรมแห่งมนุษยชาติ อย่างพร้อมสรรพ        
นะโมพุทธายะ
      ความสวัสดีมีแด่มนุษยชาติ และโลก อย่างพร้อมสรรพ  

     


  
   




วันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560

we are  walk together
ความขัดแย้งทางการเมืองของ ทุกเชื้อชาติ ศาสนา  อย่างเบ็ดเสร็จ  มิ    มีวิถีทางใดจะป้องกันและแก้ไขปัญหา ได้อย่างยั่งยืน  เสร็จสรรพ
แม้จะเป็นวิถีทางของอุดมการณ์ หรือเจตนารมณ์ทางการเมืองของฝ่ายใด ฝ่าย หนึ่ง อย่าง พร้อมสรรพ.  
 เพราะความขัดแย้งทางการเมืองเป็นความขัดแย้ง แห่งอุดมการณ์ของทุกฝ่าย อย่างเบ็ดเสร็จ
ซึ่งเป็นวิถีทางแห่งปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจและสัง คมแห่งชาติ   อย่างเสร็จ สรรพ
ดังนั้น    ความปรองดองทางการเมืองแห่งชาติ ซึ่งเป็น ศาสตร์อันประเสริฐ และเป็นวิถีทาง
พัฒนาการ ทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม อุดมการณ์หรือเจตนารมณ์แห่งชาติ  อย่างพร้อมสรรพ
จึงเป็นวิถีทางของศาสตร์  แห่งชาติ  อย่างเสร็จสรรพ. และเชื่อว่า  ความเชื่อมั่นและศัทธาในศาสตร์อันประเสริฐ นี้ เป็นเจตนารมณ์หรืออุดมการณ์แห่งความเป็นอมตะหรือ  ความ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของชาติและปวงชน  ท่า มกลางสัจธรรมแห่งสรรพสิ่ง ซึ่งมี ความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาของ     อย่างพร้อม สรรพ  
นะโมพุทธายะ    มะอะอุ  


 




วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ธรรมวิธี วิถีทางที่พร้อมสรรพ
โดย สีเลือดเดียว
ประเด็น ความสงบทางการเมืองที่พร้อมสรรพ
ผมมองว่า ไม่มีความพร้อมสรรพ อย่างเสร็จสรรพ แต่ธรรมวิธี ซึ่งเป็นวินัยและคุณธรรมอย่างพร้อมสรรพเป็นวิถีทางสร้างความพร้อมสรรพในตนเองไปด้วยกันอย่างเสร็จสรรพ  เท่ากับ สร้างความสงบทางการเมือง พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามวิถีทางที่พร้อมสรรพ.อย่างเสร็จสรรพ.
นะโมพุทธายะ


วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ความขรุขระทางการเมือง

  ประเด็นนี้ ผมมองว่า รัฐธรรมนูญ ที่พร้อมสรรพ เป็นกฎหมายที่มีเจตนารมณ์ให้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ซึ่งไม่ใช่กฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้อำนาจสูงสุดแก่ฝ่ายใด อย่างเบ็ดเสร็จ แต่เป็นกฎหมายแห่งเจตนารมณ์อย่างมีวินัยและคุณธรรม ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของปวงชน โดยปวงชน และเพื่อปวงชน อย่างเสร็จสรรพ
     เมื่ิอมองย้อนหลังจากวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ถึง พ.ศ. 2558 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญู จำนวน 19 ฉบับ และ ฉบับ ที่ 20 กำลังนำเข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจาารณา ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญ ที่กำลังจะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ที่เกิดจากการรัฐประหาร เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 อีกฉบับหนึ่ง เช่นเดียวกับ รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550  ซึ่งเกิดจากการรัฐประหาร เมื่อ 19 กันยายน 2549 แต่ความสงบทางการเมืองไทย ภายหลังมีรัฐธรรมนูญทุกฉบับ ก็เป็นไปอย่างขรุขระ 
ซึ่งความขรุขระทางการเมือง ได้แก่ การทุจริตทางการเมือง การรัฐประหารทางการเมือง และการจัดทำกฎหมายรัฐธรรมนูฐที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์การเมืองระบอบประขาธิปไตย 
                                       ละเมิดวินัยและคุณธรรมทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม
         

                                     ละเมิดวินัยและคุณธรรมทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม

                                                                           ธรรมาภิบาล
                                                                          ธรรมาภิบาล
                                                                           ธรรมาภิบาล
                                                                          ธรรมาภิบาล
                                                                          ธรรมาภิบาล  
                                                                           ธรรมาภิบาล


     ดังนั้น ความขรุขระทางการเมือง จึงเป็นอุปสรรคและปัญหาในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม อย่างเสร็จสรรพ  ซึ่งเป็นวิธีนอกระบบ ในการละเมิดระบอบประขาธิปไตย อย่างพร้อมสรรพ เท่ากับนำไปสู่การมีกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ขัดแย้งกับหลักธรรมาภิบาล และเกิดความขัดแย้งทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม  อย่างต่อเนื่อง เสร็จสรรพ 
" นะโมพุทธายะ มะอะอุ อุอะมะ ยะธาพุทโมนะ "

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ความปรองดองแห่งมนุษยชาติ ( unity of humankind )


โดย สีเลือดเดียว
ผมเป็นนรชนธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีอำนาจบารมีทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม 
มองว่า ความปรองดองแห่งมนุษยชาติ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเจรจาหรือการใช้กองกำลังสร้างความวุ่นวายทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการตกลงเรื่องผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือตกลงในผลประโยชน์ของทั้ง2 ฝ่าย เพราะเป็นหลักการหรือวิธีการที่ละเมิดต่อเจตนารมณ์ในความปรองดองแห่งเป็นมนุษยชาติ อย่างเสร็จสรรพ ซึ่งเป็นสิงที่ละเมิดต่อวินัยและคุณธรรม อย่างพร้อมสรรพ และนำไปสู่การทำลายความปรองดองและความสามัคคี อย่างเสร็จสรรพ ทุกรูปแบบ หากผลประโยชน์หรือเงื่อนไขที่ตกลงไว้ไม่ได้รับการตอบสนองตามความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเท่ากับเป็นการตกลงตามอำนาจบารมีหรือตกลงตามกิเลสตัณหาและกิเลสวัตถุหรือผลประโยชน์ส่วนตนเป็นสำคัญ เสร็จสรรพ
เจตนารมณ์ความปรองดองแห่งมนุษยชาติ ที่เสร็จสรรพ ควรต้องเป็นไป ดังนี้
1. ดำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติ ศาสนาและมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2. ดำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติที่มีวินัยและคุณธรรมต่อตนเองและมนุษยชาติ
3. ดำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติในหลักสิทธิมนุษยชนหรือมนุษยธรรม
4. ดำรงซึ่งความเป็นชาติที่มีสิทธิเสรีภาพ ความเสอมภาคและภราดรภาพ
5. ดำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติที่มีระบอบประชาธิปไตยแห่งมนุษยชาติ
วิธีการ
1. การวิจารณ์ตามหลักสุจริต3 แห่งศาสนา ถึงชาติ ศาสนาและประมุขของชาติเป็นสิทธิส่วนบุคคล ที่กระทำได้หากได้รับผลกระทบถึงสิทธิส่วนบุคคลและจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วมตามเจตนารมณ์ความปรองดองแห่งมนุษยชาติ และผู้วิจารณ์ก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ ตามกระบวนการยุติธรรม
2. ให้ปวงชนเข้าถึงสิทธิเสรีภาพ ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยเจตนารมณ์ความปรองดองแห่งมนุษยชาติ
3. ปวงชนการดำเนินการทางการเมืองเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และการเลือกตั้งต้องเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ซึ่งรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องดำเนินงานทางการเมืองในระบบรัฐสภา โดยเจตนารมณ์ความปรองดองแห่งมนุษยชาติ อย่างไม่ย่อท้อ
4. พรรคการเมือง และนักการเมืองดำเนินการทางการเมืองโดยเจตนารมณ์ความปรองดองแห่งมนุษยชาติ แต่เมื่อพรรคการเมือง และนักการเมือง ไม่ดำเนินการตามเจตนารมณ์ความปรองดองแห่งชาติ เท่ากับเป็นผู้ละเมิดต่อเจตนารมณ์ความปรองดองแห่งมนุษยชาติ อย่างเสร็จสรรพ
5. ผู้คิดต่างทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไม่ใช่ศัตรูทางการเมืองหรือไม่ใช่ศัตรูของประเทศชาติ แต่เป็นผู้ละเมิดต่อเจตนารมณ์ความปรองดองแห่งมนุษยชาติ อย่างเสร็จสรรพ
ดังนั้น เจตนารมณ์ความปรองดองแห่งมนุษยชาติ จึงไม่ใช่เจตนารมณ์สนองความต้องการของใครคนใดคนหนึ่งหรือไม่ใช่การสนองความต้องการของคนกลุ่มใดกลุ่มหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเป็นสำคัญ แต่เป็นเจตนารมณ์สนองเจตนารมณ์ความปรองดองแห่งมนุษยชาติ หรือเจตนารมณ์สร้างระบอบประชาธิปไตย ที่พร้อมสรรพ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์เพื่อปวงชนอย่างเสร็จสรรพ และจะพร้อม
สรรพ เมื่อปวงชนสร้างความสงบหรือความปรองดองในตนเองให้มากที่สุด หากดินจะแตกแห้งบ้าง ดินภูเขาจะถล่มบ้าง จะมีพายุบ้าง ท้องฟ้าจะมีเมฆบ้าง น้ำจะท่วมบ้าง ทะเลมีคลื่นบ้าง และจะมีไฟบ้าง ก็จะไม่ใช่ภัยพิบัติใด ๆ อย่างเสร็จสรรพ นอกจากเป็นภัยธรรมชาตินรชนแห่งสัตบุรุษ ที่จะกำจัดภัยแห่งมนุษยชาติให้เสร็จสรรพ คือ กิเลสตัณหาและกิเลสวัตถุ ทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม อย่างพร้อมสรรพ 
ดั่งคำกล่าวที่ว่า “เขาว่าพระโคตมพระพุทธเจ้าเป็นผู้ช่างกำจัด ฯ “
ซึ่งแก่นแท้แห่งความหมายนี้ คือ การกำจัดกิเลสตัณหาและกิเลสวัตถุให้หมดไปจากนรชน อย่างเสร็จสรรพ เท่ากับเป็นความปรองดองแห่งสรรพสิ่ง อย่างเสร็จสรรพ จากความปรองดองแห่งมนุษยชาติ ที่พร้อมสรรพ
นะโมพุทธายะ มะอะอุ

วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2558

ความสงบ (Clamness )

ประเด็นปัญหาความไม่สงบใน3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย และความไม่สงบในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม  ซึ่งความสงบเกิดจากศีัล สมาธิ ปัญญา ที่นำไปสู่

ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา อย่างมีสติ สัมปชัญญะ อย่างพร้อมสรรพ ซึ่งเป็นวินัยและคุณธรรมแห่งมนุษยชาติ ทุกเชื้อชาติ ศาสนา อย่างเสร็จสรรพ
Problem unrest issue in three borderland South province of Thailand , and the unrest in the sense of politics , economy , and the social , which , the calmness is born from , concentration , intellect , at bring about to kindness , please , rejoicing with others in their happiness or prosperity , leg land , consciously , sense , completely , which , be the discipline and mankind virtue , every race , religion , fully , 

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

"ทำลายอย่างพร้อมสรรพ เท่ากับ ทำลาย ที่เสร็จสรรพ แต่ สร้างสรรค์ อย่างพร้อมสรรพ เท่ากับ การสร้างชาติ ที่เสร็จสรรพ"




โดย สีเลือดเดียว
ประเด็นการลอบวางระเบิดที่กลางเมืองอำเภอเบตงจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บ
ผมมองว่าเป็นปัญหาจากกลุ่มนิยมลัทธิความรุนแรง ซึ่งเป็นหลักการและวิธีการที่ง่าย แต่ไม่มีวันจบสิ้นและเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าการพลีชีพ สำหรับความต้องการแบ่งแยกดินแดน เพราะเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่ฝักใฝ่ในเชื้อชาติ ศาสนาของตนอย่างอัจฉริยะ ที่ต้องการมีสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ไม่ฝักใฝ่ในหลักการและวิธีการของกลุ่มลัทธินิยมความรุนแรง เพราะเป็นแนวทางและวิธีการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพหรือละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างพร้อมสรรพ
ดังนั้น หลักการและวิธีการลอบวางระเบิด ลอบยิง เพื่อทำร้ายประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐ และสร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินของรัฐและเอกชน เท่ากับ การทำลายเชื้อชาติ ศาสนาของตนเองอย่างเสร็จสรรพ แต่การเผยแพร่ความเป็นเชื้อชาติ ศาสนา ให้มนุษยชาติทั้งภายในและภายนอกประเทศ ได้รับรู้วัฒนธรรมเชื้อชาติ ศาสนาตนเอง โดย มนุษยสัมพันธ์เท่ากับ เป็นวิธีการปกป้องเชื้อชาติ ศาสนาของตนเอง อย่างพร้อมสรรพ ซึ่งเป็นการปกป้องทุกเชื้อชาติ ศาสนาของมนุษยชาติ อย่างเสร็จสรรพ

วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การเมือง การปกครอง หรือการเมือง การครอบครอง(politics , administration or politics , possession )


โดย สีเลือดเดียว
ประเด็นการปฏิรูปการเมือง ผมมองว่า การมีสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ตามหลักธรรมาภิบาล ทั้งทางสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ เป็นเป้าหมายของมนุษยชาติ แต่การปฏิรูปการเมือง จะใช้การเมือง การปกครอง ซึ่งหมายถึง การบริหารจัดการประเทศชาติ ตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อพัฒนาการใช้สิทธิเสรีภาพให้มีความเสมอภาคและภราดรภาพ หรือ จะใช้การเมือง การครอบครอง ซึ่งหมายถึง การกำจัด หรือจำกัดสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพของปวงชน ทั้งทางสังคม การเมืิอง และเศรษฐกิจ อย่างเสร็จสรรพ
สำหรับผมเห็นด้วย กับการเมือง การปกครองตามหลักธรรมาภิบาล ที่เสร็จสรรพ เพราะพร้อมสรรพ เพื่อลดละเลิก การปฏิรูปการเมืองแบบเดิมๆ คือ การรัฐประหาร การออกกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับรัฐประหาร การละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้มีความคิดเห็นต่าง การต่อต้านและคัดค้านซึ่งกันและกันของนักการเมืองแบบทิฐิธิปไตย ซึ่งนำไปสู่การรัฐประหาร เป็นภาพรวม 82 ปีการเมืองไทย และสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ ในวงจรชีวิตการเมืองไทย ซึ่งมีพื้นฐานอยู่แล้ว อย่างเสร็จสรรพ คือ การแย่งชิงผู้มีอำนาจบารมีในยศถาบรรดาศักดิ์ และการแย่งชิงเพื่อให้ได้อำนาจบารมีในยศถาบรรดาศักดิ์ ในการที่จะใช้การเมือง เพื่อการครอบครองสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ อย่างเสร็จสรรพ ซึ่งสิงที่ตามมาอย่างพร้อมสรรพ คือ ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหายาเสพติด และปัญหาความไม่สงบใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้
ดังนั้น การปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศ จึงเป็นแนวทางและวิธีการพัฒนาการเมือง การปกครอง เพื่อลดละเลิกหรือล้มล้างวงจรการเมือง การครอบครอง ซึ่งหลักธรรมาภิบาล เป็นวิธีการ อย่างพร้อมสรรพ



วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ปฏิรูปประเทศ 3มิติ สู่มิติที่ 3 อย่างเสร็จสรรพ







โดย สีเลือดเดียว
ประเด็นการปฏิรูปประเทศ ผมเชื่อว่า เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 , 6 ตุลาคม 2519 ,พฤษภาทมิฬ 2535 และ เหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อ 13 -19 พฤษภาคม 2553 เป็นเหตุการณ์ที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่เบ็ดเสร็จ อย่างอดสู คงเป็นเหตุการณ์ทางการเมือง ที่ไม่เกิดขึ้นภายหลังการรัฐประหารและภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ดังเช่นทุกครั้ง
ดังนั้น การปฏิรูปประเทศ ภายหลัง คสช.รัฐประหาร จึงเป็นการนำส่วนดีระบอบประชาธิปไตยในอดีต บวกกับส่วนดีของระบอบประชาธิปไตย ในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งหลักธรรมาภิบาล เป็นแนวทางและวิธีการเชื่อมส่วนดีในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต พร้อมป้องกันและแก้ไขส่วนเสีย ทั้งในอดีตปัจจุบัน และอนาคต ทั้งในทางสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ ซึ่งเท่ากับการปฏิรูปประเทศ 3มิติ สู่มิติที่ 3หรือยุคศิวิไลซ์ อย่างเสร็จสรรพ ทั้งทางสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ขายชาติตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อชาติ(ฺBetray the country traditionally the dharma , for the nation )

Sun World 
สีเลือดเดียว
ขายชาติตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อชาติ




ประเด็นฟุตบอลโลก ผมมองว่า เป็นแนวทางและวิธีการอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ ที่จะให้แต่ละชาติได้นำเสนอชาติหรือขายชาติ ตามหลักธรรมาภิบาล สู่สายตาชาวโลก เพื่อชาติบนเวทีโลก ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ 
แต่"ขายชาติ "ในลักษณะนี้ ไม่ได้หมายถึง การทำลายชาติ ที่เสร็จสรรพ อย่างพร้อมสรรพ ทั้งทางการเมือง เช่น การสร้างความวุ่นวายทางการเมืองหรือการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ทางเศรษฐกิจ เช่น การทุจริตคอร์รัปชั่น และทางสังคม เช่น การละเมิดสิทธิมนุษยชน
ดังนั้น "การขายชาติ เพื่อชาติหรือการทำเพื่ิอชาติแห่งมนุษยชาติ "จึงเป็นวิธีการตามหลักธรรมาภิบาล ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

football world issue , I  thinks , in rows the way and onely way in the mankind , to give each the nation has presented the nation or , betray the country , traditionally the dharma , to cosmopolite sight , for the nation on world stage , neither be defeated or , win , but , " , betray the country , " , in this character , no mean , nation destruction , that fully , completely , both political of , such as , building disorder political or , liberty and rights disobedience , the equality and the brotherhood , The economical , such as , dishonesty corruption , and social , such as , human rights disobedience , thus , " , nation sale , for the nation or , doing nation the mankind , " , then the way traditionally the dharma , both political of , economy , and the social , 

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การคำนึงถึงปัญหา "ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน "เป็นสำคัญ เท่ากับปัญหาการปฏิรูปประเทศ อย่างพร้อมสรรพ

Sun World
สีเลือดเดียว
ประเด็นการปฏิรูปประเทศ ผมมองว่า เมื่อประเทศ มีความเหลื่อมล้ำทางสังคม สิ่งตามมาอย่างเสร็จสรรพ คือ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการเมือง ที่พร้อมสรรพ
.ในการปฏิรูปประเทศ ที่พร้อมสรรพ เพื่อลดละเลิกความเหลื่อมล้ำทั้งระบบ ซึ่งเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาประเทศ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง อย่างเสร็จสรรพ เช่น ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหายาเสพติด อย่างเสร็จสรรพ จึงเป็นการปฏิรูปการใช้สิทธิเสรีภาพ ให้มีความเสมอภาคและภราดรภาพ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ซึ่งเท่ากับการป้องกันและแก้ไขปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง อย่างเสร็จสรรพ
ดังนั้น การปฏิรูปประเทศ อย่างพร้อมสรรพ จะมองคนในประเทศชาติหรือมนุษยชาติ ที่มีความเสมอภาค หรือ ที่มีความแตกต่างกันในความเสมอภาค ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ? สำหรับผมมองว่า "ปัญหาประเทศชาติทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ไม่ใช่ปัญหาไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน"

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ธรรมาภิบาล การเมืองการปกครองเพื่อสรรพสิ่ง อย่างเสร็จสรรพ



ประเด็น การทุจริตคอรฺ์รัปชั่น ผมมองว่า ไม่มีระบบการเมืองและวิธีการใดที่ป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งในระบอบเผด็จการ และระบอบประชาธิปไตย ถ้าการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล แต่เจตนารมณ์ระบอบประชาธิปไตย มีความต้องการให้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ เพราะเชื่อว่าเป็นแนวทางและวิธีการป้องกันและแก้ไขการทุจิรตคอร์รัปชั่น และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตามหลักธรรมาภิบาล อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพในความเสมอภาค สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย คือ การใช้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ที่ละเมิดหลักธรรมาภิบาล ทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ก็เพราะ การใช้สิทธิเสรีภาพในหลักธรรมภิบาลไม่มีความเสมอภาคและภราดรภาพ ซึ่งก็เท่ากับ การใช้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ตามระบอบเผด็จการ อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ และระบอบเผด็จการที่ขาดหลักธรรมาภิบาล ก็เท่ากับ ระบอบการเมืองการปกครองที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่เป็นไปเพื่อความเสมอภาคและภราดรภาพในความเป็นมนุษยชาติ ซึ่งหมายความว่า เป็นระบอบการเมืองการปกครองที่ละเมิดหลักธรรมาภิบาลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง อย่างเบ็ดเสร็จ
ดังนั้น ระบอบประชาธิปไตย หรือ ระบอบเผด็จการ จะปลอดการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง และการละเมิดสิทธิมนุษยชน มากน้อยเพียงใด และประโยชน์จะตกถึงปวงชนอย่างเสมอภาคและประเทศชาติ มากน้อยเพียงใด จึงไม่ใช่อยู่ที่ระบบการเมืองการปกครองใดเป็นสำคัญ แต่อยู่ที่ว่าใช้เจตนารมณ์ระบอบการเมืองการปกครองใด ที่เป็นไปเพื่อมนุษยชาติตามหลักธรรมาภิบาล อย่างมีความเสมอภาคและภราดรภาพ เพราะเจตนารมณ์การเมืองการปกครองตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อความเสมอภาคและภราดรภาพ "ชีวิตและร่างกายที่เป็นเรา ไม่ใช่ของเรา แต่เป็นของสรรพสิ่ง ตามหลักธรรมาภิบาล อย่างเสร็จสรรพ "

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2557

หลักธรรมภิบาล " ปกติ "








ประเด็นการ ฝ่าฝืนกฎอัยการศึก และ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ว่าด้วยเรื่องยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
ผมมองว่า เมื่อประเทศยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล  ความผิดฝ่าฝืนกฎอัยการศึกและมาตรา 116หรือมาตราใดๆ ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ทางการเมืองไม่ปกติ ก็เป็นเพียงความผิดตามหลักนิติรัฐในขณะนี้
แต่การใช้หลักนิติรัฐควรต้องไม่ผิดปกติไปจากความเป็นปกติของหลักธรรมาภิบาล ที่มนุษยชาติควรต้องได้รับสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ทางด้าน
1.    หลักคุณธรรม
2.      หลักนิติธรรม
3.      หลักความโปร่งใส
4.      หลักความมีส่วนร่วม
5.      หลักความรับผิดชอบ
6.      หลักความคุ้มค่า
แม้ประเทศจะอยู่ในหลักนิติรัฐของสถานการณ์ทางการเมืองใดก็ตาม แต่หลักธรรมาภิบาลเป็นน้ำในทุกสถานการณ์ อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ
ดังนั้น การใช้กฎอัยการศึกษา และมาตรา 116 หรือ มาตราใด ตามหลักธรรมภิบาล จึงไม่มีจุดประสงค์หรือเป้าหมาย  เพื่อจะกำจัดสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ คน หรือกลุ่มบุคคลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทางการเมือง หรือในทางสังคม เป็นสำคัญ แต่เป็นการให้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพแก่ปวงชนตามหลักธรรมาภิบาล เป็นสำคัญ

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หยุด เพื่อ ก้าว ...อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ


โดย สีเลือดเดียว
ประเด็น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สนับสนุนการชุมนุมล้มล้างหลักประชาธิปไตย 1 คน 1 เสียง ประกาศจัดการชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้าย หากประชาชน ไม่ออกไปเป็นล้านและข้าราชการพลเรือน และทหารไม่เห็นด้วย ก็จะเข้ามอบตัวในวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 
ผมมองว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์และผู้สนับสนุน รู้เป็นอย่างดี ว่าข้าราชทุกกระทรวงไม่เห็นด้วย เพราะการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศ ตามแนวทางและวิธีการ ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (People's Democratic Reform Committee),พรรคประชาธิปัตย์ ,กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ .และกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย.หรือแม้กระทั่ง กลุ่มรัฐบุคคล และการยึดอำนาจทางการเมืองโดยทหาร เพราะไม่ใช่แนวทางหรือวิธีการปฏิรูปการเมืองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 
ดังนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ หรือแม้แต่ข้าราชการพลเรือน โดยเฉพาะข้าราชการทหาร จึงวางเฉย ต่อแนวทางและวิธีการของ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (People's Democratic Reform Committee),พรรคประชาธิปัตย์ ,กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ .และกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย.หรือแม้กระทั่ง .เพราะ เป็นแนวทางและวิธีการปฏิวัติรัฐประหารระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อนำไปสู่รัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งหมายถึงเป็นแนวทางและวิธีการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ความเสอมภาคและภราดรภาพ หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน และละเมิดต่อชาติ ศาสนา และสถาบันประมุขของชาติ อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ อย่างอดสู แต่
ไม่ล้มล้างและวางเฉยหรือเฉยเมยต่อแนวทางและวิธีการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศ ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

ทำลายความเป็นกลาง อย่างเสร็จสรรพ(destroy the neutrality fully )


โดย  สีเลือดเดียว

ประเด็นการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ผมมองว่า ต้องเป็นกลางตามกฎ กติกาหรือรัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตย  ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากกลุ่มที่บอกว่าเป็นกลาง เป็นขวา และเป็นซ้าย แต่ไม่ยอมรับกฎ กติกาหรือรัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตย  
แต่ ไม่ว่าใครยืนยันตนเองอยู่ตรงไหน ก็ไม่สำคัญ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพ ความเสอภาคและภราดรภาพแต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่า คือการใช้สิทธิเสรีภาพ ต้องอยู่ภายใต้กฎกติกาหรือกฎหมายรัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตย ถ้าไม่อย่างนั้น ก็ไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ใช้สิทธิเสรีภาพภายใต้ทิฐิหรือความโลภ ความโกรธ ความหลง  ซึ่งเป็นการทำลายความเป็นกลาง เป็นขวา และเป็นซ้าย   ซึ่งหมายถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน   และเป็นแบบอย่างอันธพาลทางการเมืองอย่างเสร็จสรรพ  แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง ซึ่งปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาที่เกิดจากการใช้ระบอบชาตินิยมเผด็จการไปแก้ไขปัญหาในทางการเมืองการปกครองภายในชาติ จึงก่อเกิดพลังชาตินิยมเดิมของคนในท้องถิ่นนั้น อย่างพร้อมสรรพ ที่เสร็จสรรรพ แต่การเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นหลักการแห่งการเสริมสร้างสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพหรือสิทธิมนุษยชน อย่าง
พร้อมสรรพ ที่เสร็จสรรพ
ดังนั้น ไม่ว่าทั้งความเป็นกลาง  เป็นขวา หรือ เป็นซ้ายในทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ประเด็นความสำคัญ  แต่ความสำคัญอยู่ที่การพร้อมยืนหยัดอยู่ตามเจตนารมณ์ ภายใต้กฎ กติกาหรือกฎหมายรัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตย อย่างตรงไปตรงมา  โดยหลักประชาธิปไตย 1 สิทธิ 1 เสียง 1 เสรีชน ก็เท่ากับ เป็นการยืนหยัดยึดถือปฏิบัติตามหลักความเป็นกลาง  เป็นขวา และเป็นซ้ายในทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  หรือ การยืินหยัดยืดถือตามสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ หรือ สิทธิมนุษยชน อย่างพร้อมสรรพ ที่เสร็จสรรพ  ซึ่งไม่มีสิ่งใดจะเที่ยบคุณค่าได้ แม้บลูไดมอนด์เม็ดโต ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย เพราะอำนาจแห่งความโลภ ความโกรธ ความหลง จึงนำไปสู่การใช้วิถีแห่งอธรรมละเมิดวิถีแห่งธรรม อย่างพร้อมสรรพ ที่เสร็จสรรพ เปรี่ยบดั่งการฆ่าช้างตายทั้งตัว  จะเอาอะไรไปปิดก็ไม่มิดชิด หรือการอมพระไปพูด ก็ยิ่งทำลายความชอบธรรม อย่างเสร็จสรรพ ซึ่งจากการที่ กปปส. พยายามใช้ยุทธวิธีทุกรูปแบบ เพื่อนำไปสู่การกล่าวอ้างใช้มาตรา 7 เสนอแต่งตั้งนายกฯ รัฐมนตรี และสภาประชาชน  ก็เท่ากับ เป็นความพยายามอมพระไปพูดเพื่อฆ่าช้างให้ตายทั้งตัว  ซึ่งเป็นยุทธวิธีทำลายความเป็นกลาง เป็นขวา และเป็นซ้ายในทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   อย่างเสร็จสรรพ

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557

ประชาธิปไตยในดินแดนแหล่งธรรมะ (The democracy in place dharma territory )

โดย  สีเลือดเดียว
คุณธรรมเป็นแก่นแท้ค้ำจุนโลก   
สิทธิโชคด้วยสันติอหิงสา
อธิปไตยอยู่ในปวงประชา
ค้านมาตรา 7 ทำลายหลักค้ำจุน

พุทธมณฑลดินแดนแหล่งธรรมะ
อารยะธรรมน้อมนำสิ่งเกื้อหนุน
ประชาธิปไตยในแหล่งแสวงบุญ
สร้างเสริมคุณ ค่าประชาธิปไตย

By  one bloodshot 













The virtue is the nature supports the world , 
good auspices with ahimsa peace , 
the sovereignty is in the all the people , 
protest 7 sections destroy a pillar supports , 

Buddhist territory place dharma diocese , 
civilized the dharma induces the thing aids , 
the democracy in a place pilgrimages , 
reinforce democracy worth ,