วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การเมือง การปกครอง หรือการเมือง การครอบครอง(politics , administration or politics , possession )


โดย สีเลือดเดียว
ประเด็นการปฏิรูปการเมือง ผมมองว่า การมีสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ตามหลักธรรมาภิบาล ทั้งทางสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ เป็นเป้าหมายของมนุษยชาติ แต่การปฏิรูปการเมือง จะใช้การเมือง การปกครอง ซึ่งหมายถึง การบริหารจัดการประเทศชาติ ตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อพัฒนาการใช้สิทธิเสรีภาพให้มีความเสมอภาคและภราดรภาพ หรือ จะใช้การเมือง การครอบครอง ซึ่งหมายถึง การกำจัด หรือจำกัดสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพของปวงชน ทั้งทางสังคม การเมืิอง และเศรษฐกิจ อย่างเสร็จสรรพ
สำหรับผมเห็นด้วย กับการเมือง การปกครองตามหลักธรรมาภิบาล ที่เสร็จสรรพ เพราะพร้อมสรรพ เพื่อลดละเลิก การปฏิรูปการเมืองแบบเดิมๆ คือ การรัฐประหาร การออกกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับรัฐประหาร การละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้มีความคิดเห็นต่าง การต่อต้านและคัดค้านซึ่งกันและกันของนักการเมืองแบบทิฐิธิปไตย ซึ่งนำไปสู่การรัฐประหาร เป็นภาพรวม 82 ปีการเมืองไทย และสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ ในวงจรชีวิตการเมืองไทย ซึ่งมีพื้นฐานอยู่แล้ว อย่างเสร็จสรรพ คือ การแย่งชิงผู้มีอำนาจบารมีในยศถาบรรดาศักดิ์ และการแย่งชิงเพื่อให้ได้อำนาจบารมีในยศถาบรรดาศักดิ์ ในการที่จะใช้การเมือง เพื่อการครอบครองสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ อย่างเสร็จสรรพ ซึ่งสิงที่ตามมาอย่างพร้อมสรรพ คือ ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหายาเสพติด และปัญหาความไม่สงบใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้
ดังนั้น การปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศ จึงเป็นแนวทางและวิธีการพัฒนาการเมือง การปกครอง เพื่อลดละเลิกหรือล้มล้างวงจรการเมือง การครอบครอง ซึ่งหลักธรรมาภิบาล เป็นวิธีการ อย่างพร้อมสรรพ



วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ปฏิรูปประเทศ 3มิติ สู่มิติที่ 3 อย่างเสร็จสรรพ







โดย สีเลือดเดียว
ประเด็นการปฏิรูปประเทศ ผมเชื่อว่า เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 , 6 ตุลาคม 2519 ,พฤษภาทมิฬ 2535 และ เหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อ 13 -19 พฤษภาคม 2553 เป็นเหตุการณ์ที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่เบ็ดเสร็จ อย่างอดสู คงเป็นเหตุการณ์ทางการเมือง ที่ไม่เกิดขึ้นภายหลังการรัฐประหารและภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ดังเช่นทุกครั้ง
ดังนั้น การปฏิรูปประเทศ ภายหลัง คสช.รัฐประหาร จึงเป็นการนำส่วนดีระบอบประชาธิปไตยในอดีต บวกกับส่วนดีของระบอบประชาธิปไตย ในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งหลักธรรมาภิบาล เป็นแนวทางและวิธีการเชื่อมส่วนดีในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต พร้อมป้องกันและแก้ไขส่วนเสีย ทั้งในอดีตปัจจุบัน และอนาคต ทั้งในทางสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ ซึ่งเท่ากับการปฏิรูปประเทศ 3มิติ สู่มิติที่ 3หรือยุคศิวิไลซ์ อย่างเสร็จสรรพ ทั้งทางสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ขายชาติตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อชาติ(ฺBetray the country traditionally the dharma , for the nation )

Sun World 
สีเลือดเดียว
ขายชาติตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อชาติ




ประเด็นฟุตบอลโลก ผมมองว่า เป็นแนวทางและวิธีการอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ ที่จะให้แต่ละชาติได้นำเสนอชาติหรือขายชาติ ตามหลักธรรมาภิบาล สู่สายตาชาวโลก เพื่อชาติบนเวทีโลก ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ 
แต่"ขายชาติ "ในลักษณะนี้ ไม่ได้หมายถึง การทำลายชาติ ที่เสร็จสรรพ อย่างพร้อมสรรพ ทั้งทางการเมือง เช่น การสร้างความวุ่นวายทางการเมืองหรือการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ทางเศรษฐกิจ เช่น การทุจริตคอร์รัปชั่น และทางสังคม เช่น การละเมิดสิทธิมนุษยชน
ดังนั้น "การขายชาติ เพื่อชาติหรือการทำเพื่ิอชาติแห่งมนุษยชาติ "จึงเป็นวิธีการตามหลักธรรมาภิบาล ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

football world issue , I  thinks , in rows the way and onely way in the mankind , to give each the nation has presented the nation or , betray the country , traditionally the dharma , to cosmopolite sight , for the nation on world stage , neither be defeated or , win , but , " , betray the country , " , in this character , no mean , nation destruction , that fully , completely , both political of , such as , building disorder political or , liberty and rights disobedience , the equality and the brotherhood , The economical , such as , dishonesty corruption , and social , such as , human rights disobedience , thus , " , nation sale , for the nation or , doing nation the mankind , " , then the way traditionally the dharma , both political of , economy , and the social , 

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การคำนึงถึงปัญหา "ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน "เป็นสำคัญ เท่ากับปัญหาการปฏิรูปประเทศ อย่างพร้อมสรรพ

Sun World
สีเลือดเดียว
ประเด็นการปฏิรูปประเทศ ผมมองว่า เมื่อประเทศ มีความเหลื่อมล้ำทางสังคม สิ่งตามมาอย่างเสร็จสรรพ คือ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการเมือง ที่พร้อมสรรพ
.ในการปฏิรูปประเทศ ที่พร้อมสรรพ เพื่อลดละเลิกความเหลื่อมล้ำทั้งระบบ ซึ่งเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาประเทศ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง อย่างเสร็จสรรพ เช่น ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหายาเสพติด อย่างเสร็จสรรพ จึงเป็นการปฏิรูปการใช้สิทธิเสรีภาพ ให้มีความเสมอภาคและภราดรภาพ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ซึ่งเท่ากับการป้องกันและแก้ไขปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง อย่างเสร็จสรรพ
ดังนั้น การปฏิรูปประเทศ อย่างพร้อมสรรพ จะมองคนในประเทศชาติหรือมนุษยชาติ ที่มีความเสมอภาค หรือ ที่มีความแตกต่างกันในความเสมอภาค ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ? สำหรับผมมองว่า "ปัญหาประเทศชาติทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ไม่ใช่ปัญหาไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน"

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ธรรมาภิบาล การเมืองการปกครองเพื่อสรรพสิ่ง อย่างเสร็จสรรพ



ประเด็น การทุจริตคอรฺ์รัปชั่น ผมมองว่า ไม่มีระบบการเมืองและวิธีการใดที่ป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งในระบอบเผด็จการ และระบอบประชาธิปไตย ถ้าการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล แต่เจตนารมณ์ระบอบประชาธิปไตย มีความต้องการให้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ เพราะเชื่อว่าเป็นแนวทางและวิธีการป้องกันและแก้ไขการทุจิรตคอร์รัปชั่น และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตามหลักธรรมาภิบาล อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพในความเสมอภาค สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย คือ การใช้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ที่ละเมิดหลักธรรมาภิบาล ทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ก็เพราะ การใช้สิทธิเสรีภาพในหลักธรรมภิบาลไม่มีความเสมอภาคและภราดรภาพ ซึ่งก็เท่ากับ การใช้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ตามระบอบเผด็จการ อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ และระบอบเผด็จการที่ขาดหลักธรรมาภิบาล ก็เท่ากับ ระบอบการเมืองการปกครองที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่เป็นไปเพื่อความเสมอภาคและภราดรภาพในความเป็นมนุษยชาติ ซึ่งหมายความว่า เป็นระบอบการเมืองการปกครองที่ละเมิดหลักธรรมาภิบาลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง อย่างเบ็ดเสร็จ
ดังนั้น ระบอบประชาธิปไตย หรือ ระบอบเผด็จการ จะปลอดการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง และการละเมิดสิทธิมนุษยชน มากน้อยเพียงใด และประโยชน์จะตกถึงปวงชนอย่างเสมอภาคและประเทศชาติ มากน้อยเพียงใด จึงไม่ใช่อยู่ที่ระบบการเมืองการปกครองใดเป็นสำคัญ แต่อยู่ที่ว่าใช้เจตนารมณ์ระบอบการเมืองการปกครองใด ที่เป็นไปเพื่อมนุษยชาติตามหลักธรรมาภิบาล อย่างมีความเสมอภาคและภราดรภาพ เพราะเจตนารมณ์การเมืองการปกครองตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อความเสมอภาคและภราดรภาพ "ชีวิตและร่างกายที่เป็นเรา ไม่ใช่ของเรา แต่เป็นของสรรพสิ่ง ตามหลักธรรมาภิบาล อย่างเสร็จสรรพ "

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2557

หลักธรรมภิบาล " ปกติ "








ประเด็นการ ฝ่าฝืนกฎอัยการศึก และ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ว่าด้วยเรื่องยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
ผมมองว่า เมื่อประเทศยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล  ความผิดฝ่าฝืนกฎอัยการศึกและมาตรา 116หรือมาตราใดๆ ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ทางการเมืองไม่ปกติ ก็เป็นเพียงความผิดตามหลักนิติรัฐในขณะนี้
แต่การใช้หลักนิติรัฐควรต้องไม่ผิดปกติไปจากความเป็นปกติของหลักธรรมาภิบาล ที่มนุษยชาติควรต้องได้รับสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ทางด้าน
1.    หลักคุณธรรม
2.      หลักนิติธรรม
3.      หลักความโปร่งใส
4.      หลักความมีส่วนร่วม
5.      หลักความรับผิดชอบ
6.      หลักความคุ้มค่า
แม้ประเทศจะอยู่ในหลักนิติรัฐของสถานการณ์ทางการเมืองใดก็ตาม แต่หลักธรรมาภิบาลเป็นน้ำในทุกสถานการณ์ อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ
ดังนั้น การใช้กฎอัยการศึกษา และมาตรา 116 หรือ มาตราใด ตามหลักธรรมภิบาล จึงไม่มีจุดประสงค์หรือเป้าหมาย  เพื่อจะกำจัดสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ คน หรือกลุ่มบุคคลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทางการเมือง หรือในทางสังคม เป็นสำคัญ แต่เป็นการให้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพแก่ปวงชนตามหลักธรรมาภิบาล เป็นสำคัญ

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หยุด เพื่อ ก้าว ...อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ


โดย สีเลือดเดียว
ประเด็น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สนับสนุนการชุมนุมล้มล้างหลักประชาธิปไตย 1 คน 1 เสียง ประกาศจัดการชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้าย หากประชาชน ไม่ออกไปเป็นล้านและข้าราชการพลเรือน และทหารไม่เห็นด้วย ก็จะเข้ามอบตัวในวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 
ผมมองว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์และผู้สนับสนุน รู้เป็นอย่างดี ว่าข้าราชทุกกระทรวงไม่เห็นด้วย เพราะการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศ ตามแนวทางและวิธีการ ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (People's Democratic Reform Committee),พรรคประชาธิปัตย์ ,กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ .และกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย.หรือแม้กระทั่ง กลุ่มรัฐบุคคล และการยึดอำนาจทางการเมืองโดยทหาร เพราะไม่ใช่แนวทางหรือวิธีการปฏิรูปการเมืองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 
ดังนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ หรือแม้แต่ข้าราชการพลเรือน โดยเฉพาะข้าราชการทหาร จึงวางเฉย ต่อแนวทางและวิธีการของ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (People's Democratic Reform Committee),พรรคประชาธิปัตย์ ,กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ .และกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย.หรือแม้กระทั่ง .เพราะ เป็นแนวทางและวิธีการปฏิวัติรัฐประหารระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อนำไปสู่รัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งหมายถึงเป็นแนวทางและวิธีการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ความเสอมภาคและภราดรภาพ หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน และละเมิดต่อชาติ ศาสนา และสถาบันประมุขของชาติ อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ อย่างอดสู แต่
ไม่ล้มล้างและวางเฉยหรือเฉยเมยต่อแนวทางและวิธีการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศ ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข