วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การคำนึงถึงปัญหา "ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน "เป็นสำคัญ เท่ากับปัญหาการปฏิรูปประเทศ อย่างพร้อมสรรพ

Sun World
สีเลือดเดียว
ประเด็นการปฏิรูปประเทศ ผมมองว่า เมื่อประเทศ มีความเหลื่อมล้ำทางสังคม สิ่งตามมาอย่างเสร็จสรรพ คือ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการเมือง ที่พร้อมสรรพ
.ในการปฏิรูปประเทศ ที่พร้อมสรรพ เพื่อลดละเลิกความเหลื่อมล้ำทั้งระบบ ซึ่งเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาประเทศ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง อย่างเสร็จสรรพ เช่น ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหายาเสพติด อย่างเสร็จสรรพ จึงเป็นการปฏิรูปการใช้สิทธิเสรีภาพ ให้มีความเสมอภาคและภราดรภาพ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ซึ่งเท่ากับการป้องกันและแก้ไขปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง อย่างเสร็จสรรพ
ดังนั้น การปฏิรูปประเทศ อย่างพร้อมสรรพ จะมองคนในประเทศชาติหรือมนุษยชาติ ที่มีความเสมอภาค หรือ ที่มีความแตกต่างกันในความเสมอภาค ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ? สำหรับผมมองว่า "ปัญหาประเทศชาติทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ไม่ใช่ปัญหาไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน"

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ธรรมาภิบาล การเมืองการปกครองเพื่อสรรพสิ่ง อย่างเสร็จสรรพ



ประเด็น การทุจริตคอรฺ์รัปชั่น ผมมองว่า ไม่มีระบบการเมืองและวิธีการใดที่ป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งในระบอบเผด็จการ และระบอบประชาธิปไตย ถ้าการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล แต่เจตนารมณ์ระบอบประชาธิปไตย มีความต้องการให้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ เพราะเชื่อว่าเป็นแนวทางและวิธีการป้องกันและแก้ไขการทุจิรตคอร์รัปชั่น และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตามหลักธรรมาภิบาล อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพในความเสมอภาค สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย คือ การใช้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ที่ละเมิดหลักธรรมาภิบาล ทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ก็เพราะ การใช้สิทธิเสรีภาพในหลักธรรมภิบาลไม่มีความเสมอภาคและภราดรภาพ ซึ่งก็เท่ากับ การใช้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ตามระบอบเผด็จการ อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ และระบอบเผด็จการที่ขาดหลักธรรมาภิบาล ก็เท่ากับ ระบอบการเมืองการปกครองที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่เป็นไปเพื่อความเสมอภาคและภราดรภาพในความเป็นมนุษยชาติ ซึ่งหมายความว่า เป็นระบอบการเมืองการปกครองที่ละเมิดหลักธรรมาภิบาลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง อย่างเบ็ดเสร็จ
ดังนั้น ระบอบประชาธิปไตย หรือ ระบอบเผด็จการ จะปลอดการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง และการละเมิดสิทธิมนุษยชน มากน้อยเพียงใด และประโยชน์จะตกถึงปวงชนอย่างเสมอภาคและประเทศชาติ มากน้อยเพียงใด จึงไม่ใช่อยู่ที่ระบบการเมืองการปกครองใดเป็นสำคัญ แต่อยู่ที่ว่าใช้เจตนารมณ์ระบอบการเมืองการปกครองใด ที่เป็นไปเพื่อมนุษยชาติตามหลักธรรมาภิบาล อย่างมีความเสมอภาคและภราดรภาพ เพราะเจตนารมณ์การเมืองการปกครองตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อความเสมอภาคและภราดรภาพ "ชีวิตและร่างกายที่เป็นเรา ไม่ใช่ของเรา แต่เป็นของสรรพสิ่ง ตามหลักธรรมาภิบาล อย่างเสร็จสรรพ "

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2557

หลักธรรมภิบาล " ปกติ "








ประเด็นการ ฝ่าฝืนกฎอัยการศึก และ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ว่าด้วยเรื่องยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
ผมมองว่า เมื่อประเทศยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล  ความผิดฝ่าฝืนกฎอัยการศึกและมาตรา 116หรือมาตราใดๆ ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ทางการเมืองไม่ปกติ ก็เป็นเพียงความผิดตามหลักนิติรัฐในขณะนี้
แต่การใช้หลักนิติรัฐควรต้องไม่ผิดปกติไปจากความเป็นปกติของหลักธรรมาภิบาล ที่มนุษยชาติควรต้องได้รับสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ทางด้าน
1.    หลักคุณธรรม
2.      หลักนิติธรรม
3.      หลักความโปร่งใส
4.      หลักความมีส่วนร่วม
5.      หลักความรับผิดชอบ
6.      หลักความคุ้มค่า
แม้ประเทศจะอยู่ในหลักนิติรัฐของสถานการณ์ทางการเมืองใดก็ตาม แต่หลักธรรมาภิบาลเป็นน้ำในทุกสถานการณ์ อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ
ดังนั้น การใช้กฎอัยการศึกษา และมาตรา 116 หรือ มาตราใด ตามหลักธรรมภิบาล จึงไม่มีจุดประสงค์หรือเป้าหมาย  เพื่อจะกำจัดสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ คน หรือกลุ่มบุคคลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทางการเมือง หรือในทางสังคม เป็นสำคัญ แต่เป็นการให้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพแก่ปวงชนตามหลักธรรมาภิบาล เป็นสำคัญ

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หยุด เพื่อ ก้าว ...อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ


โดย สีเลือดเดียว
ประเด็น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สนับสนุนการชุมนุมล้มล้างหลักประชาธิปไตย 1 คน 1 เสียง ประกาศจัดการชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้าย หากประชาชน ไม่ออกไปเป็นล้านและข้าราชการพลเรือน และทหารไม่เห็นด้วย ก็จะเข้ามอบตัวในวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 
ผมมองว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์และผู้สนับสนุน รู้เป็นอย่างดี ว่าข้าราชทุกกระทรวงไม่เห็นด้วย เพราะการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศ ตามแนวทางและวิธีการ ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (People's Democratic Reform Committee),พรรคประชาธิปัตย์ ,กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ .และกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย.หรือแม้กระทั่ง กลุ่มรัฐบุคคล และการยึดอำนาจทางการเมืองโดยทหาร เพราะไม่ใช่แนวทางหรือวิธีการปฏิรูปการเมืองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 
ดังนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ หรือแม้แต่ข้าราชการพลเรือน โดยเฉพาะข้าราชการทหาร จึงวางเฉย ต่อแนวทางและวิธีการของ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (People's Democratic Reform Committee),พรรคประชาธิปัตย์ ,กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ .และกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย.หรือแม้กระทั่ง .เพราะ เป็นแนวทางและวิธีการปฏิวัติรัฐประหารระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อนำไปสู่รัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งหมายถึงเป็นแนวทางและวิธีการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ความเสอมภาคและภราดรภาพ หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน และละเมิดต่อชาติ ศาสนา และสถาบันประมุขของชาติ อย่างเสร็จสรรพ ที่พร้อมสรรพ อย่างอดสู แต่
ไม่ล้มล้างและวางเฉยหรือเฉยเมยต่อแนวทางและวิธีการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศ ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

ทำลายความเป็นกลาง อย่างเสร็จสรรพ(destroy the neutrality fully )


โดย  สีเลือดเดียว

ประเด็นการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ผมมองว่า ต้องเป็นกลางตามกฎ กติกาหรือรัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตย  ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากกลุ่มที่บอกว่าเป็นกลาง เป็นขวา และเป็นซ้าย แต่ไม่ยอมรับกฎ กติกาหรือรัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตย  
แต่ ไม่ว่าใครยืนยันตนเองอยู่ตรงไหน ก็ไม่สำคัญ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพ ความเสอภาคและภราดรภาพแต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่า คือการใช้สิทธิเสรีภาพ ต้องอยู่ภายใต้กฎกติกาหรือกฎหมายรัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตย ถ้าไม่อย่างนั้น ก็ไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ใช้สิทธิเสรีภาพภายใต้ทิฐิหรือความโลภ ความโกรธ ความหลง  ซึ่งเป็นการทำลายความเป็นกลาง เป็นขวา และเป็นซ้าย   ซึ่งหมายถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน   และเป็นแบบอย่างอันธพาลทางการเมืองอย่างเสร็จสรรพ  แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง ซึ่งปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาที่เกิดจากการใช้ระบอบชาตินิยมเผด็จการไปแก้ไขปัญหาในทางการเมืองการปกครองภายในชาติ จึงก่อเกิดพลังชาตินิยมเดิมของคนในท้องถิ่นนั้น อย่างพร้อมสรรพ ที่เสร็จสรรรพ แต่การเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นหลักการแห่งการเสริมสร้างสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพหรือสิทธิมนุษยชน อย่าง
พร้อมสรรพ ที่เสร็จสรรพ
ดังนั้น ไม่ว่าทั้งความเป็นกลาง  เป็นขวา หรือ เป็นซ้ายในทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ประเด็นความสำคัญ  แต่ความสำคัญอยู่ที่การพร้อมยืนหยัดอยู่ตามเจตนารมณ์ ภายใต้กฎ กติกาหรือกฎหมายรัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตย อย่างตรงไปตรงมา  โดยหลักประชาธิปไตย 1 สิทธิ 1 เสียง 1 เสรีชน ก็เท่ากับ เป็นการยืนหยัดยึดถือปฏิบัติตามหลักความเป็นกลาง  เป็นขวา และเป็นซ้ายในทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  หรือ การยืินหยัดยืดถือตามสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ หรือ สิทธิมนุษยชน อย่างพร้อมสรรพ ที่เสร็จสรรพ  ซึ่งไม่มีสิ่งใดจะเที่ยบคุณค่าได้ แม้บลูไดมอนด์เม็ดโต ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย เพราะอำนาจแห่งความโลภ ความโกรธ ความหลง จึงนำไปสู่การใช้วิถีแห่งอธรรมละเมิดวิถีแห่งธรรม อย่างพร้อมสรรพ ที่เสร็จสรรพ เปรี่ยบดั่งการฆ่าช้างตายทั้งตัว  จะเอาอะไรไปปิดก็ไม่มิดชิด หรือการอมพระไปพูด ก็ยิ่งทำลายความชอบธรรม อย่างเสร็จสรรพ ซึ่งจากการที่ กปปส. พยายามใช้ยุทธวิธีทุกรูปแบบ เพื่อนำไปสู่การกล่าวอ้างใช้มาตรา 7 เสนอแต่งตั้งนายกฯ รัฐมนตรี และสภาประชาชน  ก็เท่ากับ เป็นความพยายามอมพระไปพูดเพื่อฆ่าช้างให้ตายทั้งตัว  ซึ่งเป็นยุทธวิธีทำลายความเป็นกลาง เป็นขวา และเป็นซ้ายในทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   อย่างเสร็จสรรพ

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557

ประชาธิปไตยในดินแดนแหล่งธรรมะ (The democracy in place dharma territory )

โดย  สีเลือดเดียว
คุณธรรมเป็นแก่นแท้ค้ำจุนโลก   
สิทธิโชคด้วยสันติอหิงสา
อธิปไตยอยู่ในปวงประชา
ค้านมาตรา 7 ทำลายหลักค้ำจุน

พุทธมณฑลดินแดนแหล่งธรรมะ
อารยะธรรมน้อมนำสิ่งเกื้อหนุน
ประชาธิปไตยในแหล่งแสวงบุญ
สร้างเสริมคุณ ค่าประชาธิปไตย

By  one bloodshot 













The virtue is the nature supports the world , 
good auspices with ahimsa peace , 
the sovereignty is in the all the people , 
protest 7 sections destroy a pillar supports , 

Buddhist territory place dharma diocese , 
civilized the dharma induces the thing aids , 
the democracy in a place pilgrimages , 
reinforce democracy worth , 












วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2557

ปฏิรูปการเมืองปฏิรูปประเทศ ตามพอเพียงและการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา -หลักธรรมาภิบาล


โดย สีเลือดเดียว
พูดถึงหลัก พอเพียงและการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา -หลักธรรมาภิบาล เป็นทฤษฎีหรือหลักวิชาการ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง เพื่อให้เป็นไปอย่างสันติอหิงสา อย่างแท้จริง ซึ่ีงหมายความว่ามุ่งเน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาโดยใช้สัมมาทิฐิ แต่การเรียกร้องหานายกมาตรา 7 เป็นการใช้ทิฐิ ซึ่งหมายความว่า เป็นวิธีการที่ขัดแย้งต่อหลักพอเพียงและการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา - หลักธรรมาภิบาล เพราะการป้องกันและแก้ไขปัญหาทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย ตามหลักพอเพียงและการเข้าใจ เข้าถึง -หลักธรรมาภิบาล ควรต้องเป็นการใช้หลักประชาธิปไตย 1 คน 1 เสียง แต่การทำลายหลักประชาธิปไตย 1 คน 1 เสียงเป็นการทำลายหลักพอเพียงและการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา -หลักธรรมาภิบาล อย่างเสร็จสรรพ
ดังนั้น การปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปประเทศ จึงเป็น การดำเนินการตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
แต่ยุทธวิธีล้มล้างระบอบประชาธิปไตย เป็นวิธีการที่สร้างความอัปยศอดสูต่อหลักพอเพียง -หลักธรรมาภิบาล อย่างเบ็ดเสร็จ